"Eye cream จำเป็นจริงๆ ไหม หรือแค่มอยส์เจอไรเซอร์ธรรมดาก็พอ?" เป็นคำถามที่ได้ยินบ่อยที่สุด คำตอบขึ้นอยู่กับสภาพผิวและปัญหาที่ต้องการแก้ไข
ทำไมผิวรอบดวงตาถึงพิเศษ
얇얇얇ผิวบางกว่า: ผิวรอบดวงตาบางกว่าผิวทั่วไป 5–10 เท่า
ต่อมไขมันน้อยกว่า: แห้งง่ายและขาดน้ำได้เร็ว
เคลื่อนไหวตลอดเวลา: กะพริบตา ~10,000–15,000 ครั้ง/วัน ทำให้เกิดริ้วรอยง่าย
ระบบน้ำเหลืองแตกต่าง: บวมและถุงใต้ตาเกิดขึ้นได้ง่าย
Eye Cream vs Moisturizer: ความต่างจริงๆ
| คุณสมบัติ | Eye Cream | Moisturizer ทั่วไป |
|----------|----------|------------------|
| ส่วนผสมระคายเคือง | ลด/ไม่มี | อาจมี |
| pH | ปรับสำหรับผิวรอบตา | อาจไม่เหมาะ |
| ความเข้มข้น | ปรับสำหรับผิวบาง | อาจมากเกินไป |
| ส่วนผสมเฉพาะ | Caffeine, Peptide, Retinol เกรดต่ำ | ไม่เสมอไป |
ปัญหาและส่วนผสมที่ช่วยได้
รอยนูนตา (Fine Lines): Retinol ความเข้มข้นต่ำ (0.025–0.05%), Peptide, Hyaluronic acid
ถุงใต้ตา: Caffeine (ลดบวม), ท่านอน (นอนหัวสูง)
ขอบตาคล้ำ (Dark Circles): Vitamin K, Vitamin C, Niacinamide — แต่ dark circles จากพันธุกรรมหรือหลอดเลือดดูแลได้ยาก
บวม: Caffeine, Cold compress
เมื่อไหร่ไม่จำเป็นต้องใช้ Eye Cream แยก
ถ้ามอยส์เจอไรเซอร์ที่ใช้อยู่ปลอดภัย ไม่ระคายเคือง และไม่มีส่วนผสมแรงๆ ก็สามารถทาบริเวณรอบดวงตาได้ แต่ควรหลีกเลี่ยง AHA/BHA เข้มข้น retinol สูง และน้ำหอม
วิธีทาที่ถูกต้อง
ใช้นิ้วนางซับเบาๆ รอบวงนอกของ orbital bone ไม่ใช่ทาชิดขอบตาโดยตรง เพราะผลิตภัณฑ์จะซึมเข้าสู่ดวงตาได้ ทาจากใต้ตา ตีนกา และขนคิ้วด้านล่าง
SKINROUTE กับการดูแลรอบดวงตา
SKINROUTE SKIN100 วิเคราะห์รอยนูนและรอยคล้ำรอบดวงตา AI coach แนะนำ routine และส่วนผสมที่เหมาะสมกับปัญหาเฉพาะของคุณ